No man is worth your tears and the only one who is will never make you cry.
ไม่มีชายคนใดมีค่าพอที่เราสมควรจะเสียน้ำตาให้ เพราะคนที่มีค่าพอเขาจะไม่ทำให้เราต้องเสียน้ำตา
When you're in love..life is like a romance novel that you never want to end.
เมื่อคุณอยู่ในห้วงแห่งรัก ..ชีวิตก็เหมือนดั่งนิยายที่คุณอ่านไม่จบ
When you're in love it has a strange affect on everything you do.
เมื่อคุณอยู่ในห้วงแห่งความรัก รักนั้นดูเหมือนจะมีอิทธิพลกับทุกสิ่งที่คุณทำอย่างประหลาด
When you love someone...everything around you can feel the warmth of your love.
เมื่อคุณรักใคร...ทุกสิ่งรอบๆ ตัวคุณดูเหมือนจะสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นแห่งรักนั้น
When you're in love you have love to share with everything around you.
เมื่อคุณมีรัก...คุณก็อยากแบ่งปันรักนั้นกับทุกสิ่งรอบๆ ตัว
When love is in your heart you're happy doing the simple chores of life.
เมื่อคุณมีรักในหัวใจ...แม้เรื่องธรรมดาประจำวัน ก็ดูจะทำให้คุณมีความสุขได้
When you're bound with love you're a happy prisoner.
เมื่อคุณถูกพันธนาการด้วยรัก...คุณก็คือนักโทษที่มีความสุขที่สุด
When you love someone ...you just can't keep it to yourself.
เมื่อคุณรักใครสักคน...ก็ดูเหมือนว่าคุณจะเก็บรักนั้นไว้ในใจคนเดียวไม่ได้
You may only be one person to the world but you may also be the world to one person.
คุณอาจจะเป็นแค่ "คนๆหนึ่ง" ในโลกใบนี้ แต่คุณอาจจะเป็น "โลกทั้งใบ" ของคนคนหนึ่งก็ได้
It only takes a second to say " I love you" but it will take a lifetime to show you how much.
มันใช้เวลาแค่เพียงชั่ววินาทีในการบอกว่า" ฉันรักเธอ" แต่เราต้องใช้เวลาตลอดชีวิตในการแสดงให้เห็นว่า เรารักเค้าหรือเธอมากเพียงใด
Love looks not with eyes, but withthe mind.
ความรักนั้นเห็นไม่ได้ด้วยตา แต่สัมผัสด้วยใจ โง่... ที่จะรัก และ วิ่งตาม...
สมัยตอนเป็นเด็ก จำได้ว่าในวิชาพละศึกษา คุณครูสั่งให้เราวิ่งรอบสนามกันคนละ 20 รอบ เพื่อจับเวลาของแต่ละคน แถมยังมีรางวัลมาล่อใจอีกด้วยว่า ใครเข้าเส้นชัยได้คนแรกจะมีคะแนนพิเศษเพิ่มให้
พอเริ่มออกสตาร์ท ฉันก็สังเกตเห็นเพื่อนหลายคน พยายามจะเบียดตัวเองขึ้นมาอยู่แถวหน้าสุด เพื่อที่จะได้เปรียบคนอื่นในช่วงออกตัว แล้วพอครูบอกว่าวิ่งได้เท่านั้นแหละ
เพื่อนหลายคนของฉันก็วิ่งปรู๊ดออกไปแบบไม่คิดชีวิต
ส่วนฉัน - โน่น วิ่งอยู่หลังสุด
ไม่ได้ช้าเพราะเหนื่อย หรือเพราะวิ่งไม่เก่ง
แต่ฉันกำลังรู้สึกสนุกสนานกับการวิ่งจับเวลาซะเหลือเกิน
เพราะฉันวิ่งไป- คุยไปกับเพื่อนซี้รู้ใจแบบไม่สนเวลา
ฉันสนใจความสนุกสนานระหว่างการวิ่งมากกว่า
บางทีเห็นคนข้างหน้าที่วิ่งนำมาหลายรอบกำลังชะลอความเร็ว เพราะเหนื่อยหอบ ก็อดที่จะขอวิ่งแซงหน้าบ้างไม่ได้
หรือบางที หันไปเห็นเพื่อนที่วิ่งรั้งท้ายตลอด ก็จะพยายามวิ่งให้ช้าลง รอให้เขาวิ่งทันจะได้คุยไปด้วยกันหลายๆ คน….สนุกดี
หรือบางทีรู้สึกไม่อยากแซวงคนข้างหน้าขึ้นมาเฉยๆ เพราะว่าวิ่งตามหลังเขา......จะได้แอบนินทาเขาได้ สนุกไปอีกแบบ
จะทำลายสถิติไหม ไม่รู้หรอก รู้แต่ว่าวิ่งช้าๆ มันไม่เหนื่อยเร็ว และขอแค่วิ่งให้ถึงเส้นชัยก็พอ
………………………………….
คงคล้ายๆ กับความรักกระมัง
ทุกคนมีเส้นชัยของตัวเอง มีสถิติที่ตัวเองพอใจ
แต่คนที่เข้าเส้นชัยก่อน ใช่ว่าจะคว้าความรักที่ดีได้ก่อนเสมอไป
และสถิติที่ดี ก็ไม่ได้การันตีว่าความรักจะสมบูรณ์แบบ
ในขณะที่สังคมทุกวันนี้ปลูกฝังให้เราวิ่งแซงคนอื่นๆ เสมอ
อย่าพยายามให้ใครแซงหน้า เพราะนั่นย่อมหมายถึง การพลาดโอกาสดีๆ ในชีวิตไป
แต่สังคมของความรักสอนให้คนรู้จักผ่อนจังหวะก้าวให้ช้าลง แต่หนักแน่นขึ้น
โลกภายนอกบอกให้เรารู้ว่า อย่าวิ่งตามใครถ้าไม่แน่ใจว่าจะตามเขาได้ทัน เพราะมันเสียแรงเปล่า และโง่เหลือเกิน
แต่โลกของความรัก ใครอีกหลายคนสมัครใจที่จะเป็นคนโง่
เพื่อวิ่งตามคนที่ตัวเองรักให้ทัน ทั้งที่รู้แก่ใจว่าไม่มีวันนั้น
………………………………
เพื่อนรักคนหนึ่งของฉัน มีเส้นชัยในหัวใจของเธอเอง
คนรักของเธอเป็นนักวิ่งฝีเท้าดี เพราะตั้งแต่อยู่กันมา เขาออกวิ่งก่อนเธอเสมอ
ไม่เคยบอกล่วงหน้า และไม่เคยชะลอความเร็วลงเลย
แต่ความเร็วของเขาก็ไม่มากไปกว่าความรักที่เธอมี
ความรักทำให้เธอวิ่งเร็วขึ้น ... ใกล้เขามากขึ้น ... และไม่ยอมปล่อยให้เขาทิ้งระยะจนคลาดสายตาเธอ
แต่เมื่อเกือบที่จะถึงตัวเขา เธอก็จะเลือกที่จะวิ่งให้ช้าลงราวกับว่าจะวิ่งเหยาะๆ ตามเขาไปเรื่อยๆ
เธอแซงหน้าเขาได้ – แต่เธอไม่ทำ
แม้แต่จะวิ่งให้ทันเขาในแนวเดียวกัน เธอก็ทำได้ –แต่เธอไม่ทำ
เหตุผลที่ฟังดูเหมือนง่ายของเธอทำเอาใจฉันนิ่งงัน
“ ถ้าวิ่งให้ทันเขา หรือแซงหน้าเขาไป ฉันก็คงมองไม่เห็นเขาในชีวิตอีก
แต่ถ้าฉันวิ่งตามเขาห่างๆ แบบนี้ เท่ากับว่าฉันยังได้เห็นความเป็นไปของเขา ยังมีเขาอยู่ในสายตา – ในชีวิต
แม้ว่าเขาจะไม่เคยหันหลังกลับมา แล้ววิ่งให้ช้าลงเลยก็ตาม”
“แล้วทำไมไม่เข้าใกล้เขากว่านี้ ทำไมต้องเว้นระยะห่างแบบนี้ด้วย เธอเป็นคนรักของเขานะ”
คำถามของฉันทำให้แววตาของเพื่อนรักปรากฏรอยเศร้า …
แต่ปากยิ้ม
“ฉันกลัวเขารู้ตัว แล้ววิ่งหนีฉันไปไกลยิ่งกว่านี้
ถึงวันนั้นฉันอาจเหนื่อยจนหมดแรงที่จะวิ่งตามอีกต่อไปแล้ว…
ห่างแบบนี้ดีกว่า
ฉันได้เห็นเขา มันอุ่นใจ
หรือถ้าวันหนึ่งเขาล้มลง…
ฉันจะได้วิ่งเข้าไปช่วยพยุงได้ทัน
และถ้ามันจะทำให้เขาเห็นความจริงใจของฉัน
เขาอาจจะชวนฉันวิ่งไปพร้อมกันอีกครั้ง – ถ้าเขาหายดีแล้ว”
ความรักทำให้คนมีความหวังอยู่เสมอ
ในขณะเดียวกัน มันก็ทำให้คนบางคนดูโง่งมงายเสียเต็มประดา
ถ้าเพื่อนเลือกที่จะวิ่งออกนอกเส้นทาง แล้วไปตั้งต้นใหม่กับใครสักคนที่เขาพร้อมจะวิ่งไปกับเพื่อน
ป่านนี้..เพื่อนของฉันคงเข้าเส้นชัยไปนานแล้ว
แต่เพื่อนยังคงเต็มใจที่จะวิ่งตามเขาไปเรื่อยๆ
แม้ว่าบางที...อาจจะไม่มีวันนั้น วันที่เพื่อนเข้าเส้นชัยแห่งความรัก
เพราะบางที…..
“ เส้นชัย” อาจไม่มีความหมาย ต่อคนบางคนหากว่าเขาเข้าเส้นชัย แต่ได้ทำหัวใจหล่นหายไประหว่างทาง
เมื่อความสุขคือ… การโง่ที่จะรักและวิ่งตาม
ในสังคมของความรัก…
ฉันจึงมองเห็นคนที่วิ่งช้าและปรารถนาจะเป็นผู้ตามด้วยความเต็มใจอยู่เสมอ
ความรัก ไม่ใช่สิ่งที่มีค่าที่สุดในชีวิต ….
แต่ความรักเป็นสิ่งที่ทำให้ชีวิตมีค่ามากที่สุด